เคยไหมที่นั่งดูบาสอยู่เพลินๆ แล้วจู่ๆ ก็งงว่าทำไมฝ่ายรับแค่เอื้อมมือไปแตะแขนคู่ต่อสู้เบาๆ ไม่มีใครล้ม ไม่มีใครร้องโอ๊ย แต่กรรมการกลับเป่านกหวีดแล้วชี้มือไปที่เส้นฟรีโธรว์ทันที ทั้งที่จังหวะก่อนหน้าที่ปะทะแรงกว่านี้ยังไม่เห็นมีใครได้ยืนยิงเลยสักครั้ง ถ้าคุณเคยสงสัยกับโมเมนต์แบบนี้ นั่นแหละคือสัญญาณว่าเกมกำลังเข้าสู่สถานการณ์ ฟาวล์ทีม และ โบนัส ซึ่งเป็นกติกาที่คนดูใหม่มักงงที่สุดเรื่องหนึ่ง บทความนี้จะพาไปไล่เรียงทีละขั้นแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องท่องจำตัวเลขให้ปวดหัว

สถานการณ์ชวนงง: ทำไมอยู่ดีๆ ทุกฟาวล์กลายเป็นได้ยืนยิงลูกโทษ

ผู้ตัดสินบาสเกตบอลยกแขนขึ้นให้สัญญาณเรียกฟาวล์กลางสนามแข่งขัน สร้างความสงสัยให้ผู้ชมว่าทำไมฟาวล์นี้ถึงได้ยืนยิงลูกโทษ
Unsplash

ลองนึกภาพเกมในควอเตอร์สุดท้าย เหลือเวลาอีกไม่กี่นาที ทีมที่นำอยู่พยายามประคองบอลให้พ้นแรงกดดัน ขณะที่ทีมตามพยายามฟาวล์เพื่อหยุดเวลาและแย่งบอลคืน ปกติแล้วฟาวล์เบาๆ แบบนี้ควรจบแค่การส่งบอลเข้าเล่นใหม่จากข้างสนาม แต่ทันใดนั้นกรรมการกลับเป่าให้ผู้เล่นที่โดนฟาวล์เดินไปยืนที่เส้นโทษ ทั้งคนเล่นและคนดูข้างสนามบางคนถึงกับหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ กรรมการไม่ได้เปลี่ยนมาตรฐานการเป่าเลยสักนิด สิ่งที่เปลี่ยนคือจำนวนฟาวล์สะสมของทั้งทีมที่ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาจนถึงจุดที่กติกากำหนดไว้ล่วงหน้า ตัวเลขนี้ไม่ได้ถูกพูดออกมาดังๆ ทุกครั้ง แต่จะโชว์อยู่บนป้ายสกอร์บอร์ดเป็นตัวเลขเล็กๆ ข้างคะแนน ซึ่งคนดูทั่วไปมักไม่ทันสังเกต จนกระทั่งเห็นผลลัพธ์ที่หน้าเส้นโทษแล้วถึงงงว่าเกิดอะไรขึ้น

กลไกเบื้องหลังตรงนี้เรียกว่า ฟาวล์ทีม (Team Fouls) และ โบนัส (Bonus) ซึ่งเป็นกติกาสากลที่ใช้ทั้งใน NBA ลีกไทยอย่าง TBL และการแข่งขันภายใต้สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (FIBA) รวมถึงบาสระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่มีรายละเอียดต่างออกไปอีกนิด บทความนี้จะไล่อธิบายทีละเรื่องให้ชัด ตั้งแต่วิธีนับฟาวล์ทีม ไปจนถึงกลยุทธ์ที่ทีมต่างๆ ใช้ประโยชน์จากกติกานี้ในสนามจริง

ฟาวล์ทีมคืออะไร นับอย่างไร รีเซ็ตตอนไหน

ผู้ตัดสินบาสเกตบอลในชุดลายทางยืนสังเกตการณ์ผู้เล่นข้างสนามระหว่างเกม ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่นับจำนวนฟาวล์ทีมตลอดการแข่งขัน
Unsplash

ฟาวล์ทีม (Team Foul) คือยอดรวมของการทำฟาวล์ส่วนบุคคลที่ผู้เล่นทั้ง 5 คนในทีมทำต่อฝ่ายตรงข้ามภายในหนึ่งช่วงการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นคนไหนทำฟาวล์ ตัวเลขนี้จะถูกบวกเข้ากองกลางของทีมทั้งหมด ต่างจากฟาวล์ส่วนตัวของผู้เล่นแต่ละคนที่นับแยกไว้อีกชุดหนึ่งเพื่อดูว่าใครกำลังจะฟาวล์ครบโควตาจนต้องออกจากเกม ซึ่งใน NBA อยู่ที่ 6 ครั้ง ส่วนกติกา FIBA และบาสระดับมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่อยู่ที่ 5 ครั้ง

สิ่งที่หลายคนสับสนคือ ไม่ใช่ทุกฟาวล์ที่จะถูกนับเข้าโควตานี้ ฟาวล์ที่เกิดจากการป้องกัน การแย่งบอลลอย หรือฟาวล์ระหว่างชู้ตจะถูกนับเป็นฟาวล์ทีมเสมอ แต่ฟาวล์รุกอย่างการชาร์จใส่คู่ต่อสู้ขณะทีมตัวเองครองบอลอยู่จะไม่ถูกนับรวมในโควตาที่ทำให้อีกฝ่ายได้โบนัส เพราะความผิดเกิดจากฝ่ายรุกเอง ส่วนฟาวล์เทคนิคัลหรือฟาวล์รุนแรง (flagrant) นั้นให้ยิงลูกโทษได้ทันทีอยู่แล้วไม่ว่าฟาวล์ทีมจะสะสมมาเท่าไรก็ตาม

อีกจุดสำคัญคือ ฟาวล์ทีมจะถูกรีเซ็ตกลับเป็นศูนย์ทุกครั้งที่ขึ้นควอเตอร์ใหม่ ทั้งใน NBA และ FIBA รวมถึงลีกไทยที่เล่นตามกติกา FIBA ดังนั้นต่อให้ควอเตอร์แรกทีมของคุณฟาวล์รัวจนอีกฝ่ายได้ยืนยิงตลอดช่วงท้าย พอขึ้นควอเตอร์สองตัวเลขก็จะเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง นี่คือเหตุผลที่บางควอเตอร์ดูเหมือนทุกฟาวล์เป็นเรื่องใหญ่ แต่พอขึ้นควอเตอร์ใหม่กลับกลายเป็นฟาวล์ธรรมดาไปเฉยๆ

โบนัส (Bonus) และ Double Bonus คืออะไร ต่างกันอย่างไร

นักบาสเกตบอลยืนยิงลูกโทษในโรงยิม สื่อถึงการได้รับลูกโทษจากสถานการณ์โบนัสเมื่อทีมฟาวล์ครบตามจำนวนที่กำหนด
Unsplash

เมื่อฟาวล์ทีมสะสมถึงจุดที่กติกากำหนด ทีมนั้นจะเข้าสู่สถานะที่เรียกว่า โบนัส (Bonus) หรือบางครั้งเรียกว่าอยู่ในโทษ (in the penalty) ความหมายคือ ฟาวล์ธรรมดาที่ปกติแล้วจบแค่การส่งบอลเข้าเล่นจากข้างสนามจะกลายเป็นสิทธิ์ยืนยิงลูกโทษให้ฝ่ายที่โดนฟาวล์ทันที ใน NBA และ FIBA จุดที่เข้าสู่โบนัสคือฟาวล์ทีมครั้งที่ 5 ของควอเตอร์นั้น นั่นหมายความว่าทีมหนึ่งฟาวล์ได้ฟรีๆ 4 ครั้งต่อควอเตอร์ พอถึงครั้งที่ 5 เป็นต้นไป ทุกฟาวล์ที่ไม่ใช่ฟาวล์ระหว่างชู้ตจะกลายเป็นลูกโทษทันที

จุดที่ทำให้หลายคนงงคือคำว่า Double Bonus เพราะใน NBA และ FIBA จริงๆ แล้วไม่มีการแบ่งระดับความรุนแรงของโบนัสออกเป็นสองขั้น เมื่อทีมเข้าโบนัสแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟาวล์ทีมครั้งที่ 5 หรือครั้งที่ 15 ของควอเตอร์ ฝ่ายที่โดนฟาวล์ก็จะได้ยืนยิง 2 ลูกเต็มเหมือนกันหมด ไม่มีการยิงเพิ่มเป็นพิเศษแต่อย่างใด

คำว่า Double Bonus จริงๆ แล้วมีที่มาจากระบบเก่าที่ใช้ในบาสระดับมหาวิทยาลัยอเมริกัน (NCAA) ซึ่งแบ่งเป็นสองขั้นชัดเจน ขั้นแรกเรียกว่า Bonus ให้ยิงแบบ 1-and-1 คือยิงลูกแรกก่อน ถ้าเข้าค่อยได้ยิงลูกที่สอง ส่วนขั้นที่สองเมื่อฟาวล์สะสมมากขึ้นอีกถึงเรียกว่า Double Bonus ซึ่งให้ยิงเต็ม 2 ลูกแบบไม่มีเงื่อนไข ระบบสองขั้นนี้เองที่ทำให้คำว่าโบนัสและดับเบิ้ลโบนัสถูกใช้ปนกันไปมาจนคนดูที่สลับดูหลายลีกเกิดความสับสน ซึ่งเราจะอธิบายรายละเอียดต่อในหัวข้อถัดไป

กติกา 1-and-1 กับกติกายิง 2 ลูกเต็ม ใช้ในสนามแบบไหนบ้าง

นักบาสเกตบอลเตรียมยิงลูกโทษที่เส้นฟรีโธรว์ในสนาม แสดงถึงรูปแบบการยิงลูกโทษที่แตกต่างกันตามกติกา 1-and-1 หรือยิง 2 ลูกเต็มในแต่ละสนามแข่งขัน
Unsplash

กติกา 1-and-1 มีวิธีเล่นที่ต่างจากการยิงลูกโทษทั่วไปตรงที่ผู้เล่นจะได้ยิงลูกแรกก่อนหนึ่งลูก ถ้ายิงเข้าจึงจะได้สิทธิ์ยิงลูกที่สองต่อ แต่ถ้าลูกแรกพลาด ลูกจะกลายเป็นลูกสด ผู้เล่นทุกคนบนสนามกระโดดแย่งรีบาวด์กันได้ทันทีเหมือนการชู้ตปกติ นั่นหมายความว่าฝ่ายที่โดนฟาวล์อาจไม่ได้แต้มเลยสักแต้มถ้าลูกแรกไม่เข้าและอีกฝ่ายแย่งบอลไปได้

ระบบนี้ยังใช้อยู่ในบาสระดับมหาวิทยาลัยชายของสหรัฐฯ (NCAA) ซึ่งยังคงเล่นแบบสองครึ่ง ครึ่งละ 20 นาที แทนที่จะเป็นสี่ควอเตอร์ ฟาวล์ทีมในระบบนี้จึงนับรวมกันตลอดทั้งครึ่ง ไม่ได้รีเซ็ตทุกควอเตอร์แบบ NBA โดยเมื่อทีมฟาวล์ครบ 7 ครั้งในครึ่งนั้นจะเข้าสู่โบนัสแบบ 1-and-1 และเมื่อฟาวล์สะสมถึง 10 ครั้งในครึ่งเดียวกันจึงจะกลายเป็น Double Bonus ที่ยิงเต็ม 2 ลูกทันที แต่ระบบนี้ในปัจจุบันใช้เฉพาะกับ NCAA เท่านั้น เพราะบาสระดับมัธยมของสหรัฐฯ ภายใต้สหพันธ์ NFHS ได้ยกเลิกกติกา 1-and-1 ไปแล้วตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24 แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบแบบ NBA และ FIBA แทน

ในทางกลับกัน NBA และการแข่งขันภายใต้ FIBA ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงลีกในไทยอย่าง TBL และเกมทีมชาติไทยด้วย ใช้ระบบที่รีเซ็ตฟาวล์ทุกควอเตอร์แทนที่จะนับรวมทั้งครึ่งแบบ NCAA และตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24 เป็นต้นมา บาสมัธยมของสหรัฐฯ ก็เปลี่ยนมาใช้ระบบแบบเดียวกันนี้แล้วเช่นกัน เหลือเพียง NCAA ที่ยังคงกติกา 1-and-1 แบบดั้งเดิมไว้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนที่ดูแต่ NBA กับบาสไทยเป็นหลักถึงไม่ค่อยคุ้นกับกติกา 1-and-1 แต่พอเปิดดูบาสมหาวิทยาลัยอเมริกันอย่างศึก March Madness แล้วเจอผู้เล่นยิงลูกโทษแค่ลูกเดียวแล้วบอลกลายเป็นลูกสดทันที ก็เลยงงว่าทำไมกติกาถึงไม่เหมือนที่เคยดู

ผลกระทบต่อแผนเกม: ทำไมทีมนำถึงระวังฟาวล์ช่วงท้ายควอเตอร์

นักบาสเกตบอลปะทะกันขณะแข่งขันที่ Scotiabank Arena ภายใต้แสงไฟสนามที่สว่างจ้า สื่อถึงความระมัดระวังของทีมนำในช่วงท้ายควอเตอร์เพื่อไม่ให้ฟาวล์เข้าสู่โบนัส
Unsplash

เมื่อทีมเข้าสู่สถานะโบนัสแล้ว ทุกฟาวล์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ใช่แค่การเสียโอกาสป้องกันเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่กลายเป็นการมอบแต้มฟรีให้คู่แข่งโดยตรง ด้วยเหตุนี้ ทีมที่กำลังนำอยู่และรู้ตัวว่าฟาวล์ทีมของตัวเองใกล้แตะจุดเข้าโบนัสในควอเตอร์นั้นๆ จะเริ่มระมัดระวังการป้องกันมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงท้ายควอเตอร์ที่เวลาเหลือน้อยและทุกแต้มมีความหมาย

โค้ชและสตาฟฟ์โค้ชจะจับตาดูตัวเลขฟาวล์ทีมบนกระดานควบคู่ไปกับสกอร์ตลอดเวลา เมื่อทีมใกล้ฟาวล์ครั้งที่ 5 ของควอเตอร์ หลายทีมจะเปลี่ยนวิธีป้องกันทันที เช่น สั่งให้ผู้เล่นยืนแนวตั้งแทนการยื่นมือปัดบอล หลีกเลี่ยงการใช้มือดันตัวคู่ต่อสู้ หรือถึงขั้นเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ฟาวล์บ่อยออกจากสนามชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยง

สถานการณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับแผนของทีมที่ตามอยู่ด้วย เพราะกลยุทธ์ฟาวล์เพื่อหยุดเวลาที่ทีมตามมักใช้ตอนเกมใกล้จบนั้น จะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นถ้าทีมนำเข้าโบนัสไปแล้ว เพราะแทนที่จะแค่หยุดนาฬิกาและได้บอลคืนมา ทีมตามอาจกลายเป็นฝ่ายมอบแต้มฟรีให้คู่แข่งไปถ่างห่างคะแนนแทน โค้ชที่ช่ำชองจึงต้องคำนวณจังหวะฟาวล์ให้แม่นยำว่าควรเริ่มฟาวล์ตอนไหนจึงจะคุ้มค่าที่สุด

กลยุทธ์ที่ทีมใช้ประโยชน์จากสถานการณ์โบนัส เช่น จงใจโดนฟาวล์

นักบาสเกตบอลสองคนปะทะกันอย่างเข้มข้นระหว่างเกม สื่อถึงกลยุทธ์ที่ทีมจงใจสร้างสถานการณ์ให้โดนฟาวล์เพื่อใช้ประโยชน์จากกติกาโบนัส
Pexels

ฝั่งรุกเองก็ใช้สถานการณ์โบนัสเป็นอาวุธได้เช่นกัน เมื่อรู้ว่าคู่แข่งเข้าโบนัสแล้ว ผู้เล่นและโค้ชมักสื่อสารกันข้างสนามให้บุกเข้าใต้แป้นแรงขึ้นแทนที่จะยิงจังหวะไกลๆ เพราะต่อให้โดนป้องกันจนชู้ตไม่ลง การปะทะที่เกิดขึ้นก็มีโอกาสสูงที่จะถูกเป่าฟาวล์และได้ยืนยิงลูกโทษแทน ซึ่งเป็นแต้มที่ได้ง่ายกว่าการพยายามฝ่าแนวรับหนาๆ ให้ยิงลง

อีกสถานการณ์ที่พบบ่อยคือช่วงท้ายควอเตอร์หรือท้ายเกมที่ทีมมีบอลอยู่ในมือและรู้ว่าตัวเองมีสถานะโบนัสรออยู่แล้วถ้าฝ่ายตรงข้ามฟาวล์ บางทีมจะเลือกดึงจังหวะเกมให้ช้าลง เดาะบอลเฉยๆ ใกล้เส้นกลางสนามโดยไม่รีบบุก เพราะรู้ดีว่าถ้าโดนฟาวล์ตอนนี้จะได้ยืนยิงลูกโทษฟรีโดยที่นาฬิกาแทบไม่ขยับเลย

ความรู้เรื่องฟาวล์ทีมยังมีผลต่อการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ ตลอดเกมด้วย เช่น ผู้เล่นแนวรับบางคนอาจยอมป้องกันดุดันกว่าปกติในช่วงต้นควอเตอร์ตอนที่ทีมยังไม่เข้าโบนัส เพราะรู้ว่าฟาวล์ตอนนั้นยังไม่มีต้นทุนสูง แต่พอฟาวล์ทีมเริ่มไต่ใกล้จุดอันตราย ผู้เล่นคนเดียวกันจะปรับสไตล์การป้องกันให้ระมัดระวังขึ้นทันที เพราะรู้ว่าฟาวล์เดิมๆ ที่เคยฟรีตอนนี้มีราคาแพงขึ้นสองแต้มทุกครั้ง

ตัวอย่างสถานการณ์จริงในเกมที่กติกาโบนัสเปลี่ยนผลการแข่งขัน

บรรยากาศเกมบาสเกตบอลในร่มที่มีผู้ชมเต็มสนาม ภาพเหตุการณ์จริงที่กติกาฟาวล์ทีมและโบนัสอาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ในช่วงสำคัญของเกม
Unsplash

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่ากติกาฟาวล์ทีมและโบนัสมีอิทธิพลต่อเกมจริงแค่ไหน คือกลยุทธ์ที่วงการบาสเรียกกันว่า Hack-a-Shaq ซึ่งเป็นการจงใจฟาวล์ผู้เล่นที่ยิงลูกโทษไม่แม่นให้ไปยืนที่เส้นโทษแทนที่จะปล่อยให้เล่นเกมรุกตามปกติ กลยุทธ์นี้เกี่ยวพันกับฟาวล์ทีมโดยตรง เพราะยิ่งฟาวล์บ่อยเท่าไร ทีมฝ่ายรับเองก็ยิ่งใกล้เข้าสู่สถานะโบนัสเร็วขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองในช่วงหลังของควอเตอร์

ชื่อกลยุทธ์นี้มาจากกรณีจริงของ Shaquille O'Neal ที่แม้จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นเกมรุกใต้แป้นที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่ง แต่กลับยิงลูกโทษได้แม่นยำเฉลี่ยตลอดอาชีพเพียงราวครึ่งเดียวเท่านั้น โค้ชหลายทีม รวมถึง Don Nelson ที่ใช้กลยุทธ์นี้อย่างเป็นระบบในยุค Dallas Mavericks จึงสั่งให้ผู้เล่นจงใจฟาวล์ Shaq นอกลูกบอลตั้งแต่ช่วงต้นเกม เพื่อบังคับให้เขายิงลูกโทษแทนการปล่อยให้ทำแต้มใต้แป้นแบบสบายๆ กลยุทธ์แบบเดียวกันนี้ถูกนำไปใช้กับผู้เล่นตัวใหญ่ยิงลูกโทษไม่แม่นคนอื่นๆ ในเวลาต่อมาด้วย เช่น Dwight Howard, Andre Drummond และ DeAndre Jordan

ผลกระทบของกลยุทธ์นี้รุนแรงถึงขั้นที่ NBA ต้องปรับกติกาในฤดูกาล 2016-17 เพื่อลดแรงจูงใจของการฟาวล์นอกลูกบอลแบบจงใจ โดยขยายบทลงโทษที่เดิมบังคับใช้เฉพาะ 2 นาทีสุดท้ายของเกมให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่กว้างขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ากติกาฟาวล์ทีมและโบนัสไม่ใช่แค่รายละเอียดเล็กๆ ในกติกา แต่มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนวิธีเล่นเกมทั้งเกม จนลีกระดับโลกอย่าง NBA ยังต้องออกแรงแก้กติกาเพื่อรับมือ

สรุป: เช็กลิสต์จำกติกาฟาวล์ทีมและโบนัสแบบไม่งงอีกต่อไป

ลูกบาสเกตบอลกำลังลอดผ่านห่วงในสนามแข่งขัน ภาพปิดท้ายสื่อถึงการสรุปกติกาฟาวล์ทีมและโบนัสให้เข้าใจง่ายไม่งงอีกต่อไป
Pexels

สรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด ฟาวล์ทีมคือยอดรวมฟาวล์ของผู้เล่นทั้งทีมในแต่ละควอเตอร์ ซึ่งรีเซ็ตเป็นศูนย์ทุกครั้งที่ขึ้นควอเตอร์ใหม่ทั้งใน NBA และ FIBA เมื่อฟาวล์ทีมแตะครั้งที่ 5 ทีมนั้นจะเข้าสู่สถานะโบนัส และทุกฟาวล์ธรรมดาหลังจากนั้นในควอเตอร์เดียวกันจะกลายเป็นสิทธิ์ยืนยิงลูกโทษ 2 ลูกเต็มให้ฝ่ายตรงข้ามทันที ไม่ต้องรอฟาวล์ระหว่างชู้ตแบบที่คุ้นเคย

ถ้าเมื่อไรเห็นกติกายิงลูกโทษแบบ 1-and-1 ที่ยิงลูกแรกก่อนแล้วค่อยได้สิทธิ์ยิงลูกที่สองเมื่อลูกแรกเข้า นั่นคือสัญญาณว่ากำลังดูบาสระดับมหาวิทยาลัยชาย (NCAA) ของสหรัฐฯ ที่ยังใช้ระบบนับฟาวล์แบบครึ่งเกมและแบ่งเป็นสองขั้นคือ Bonus ที่ 7 ฟาวล์ และ Double Bonus ที่ 10 ฟาวล์ ไม่ใช่ระบบเดียวกับที่ใช้ใน NBA, FIBA, ลีกไทย หรือแม้แต่บาสมัธยมของสหรัฐฯ เองที่เปลี่ยนมาใช้ระบบแบบ NBA/FIBA ตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24 แล้ว

ครั้งหน้าเวลาดูบาสแล้วเห็นฟาวล์เบาๆ กลายเป็นลูกโทษแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ลองมองไปที่ป้ายสกอร์บอร์ดตรงตัวเลขฟาวล์ทีมข้างคะแนน แล้วจะเข้าใจทันทีว่าเกมกำลังเข้าสู่สถานะโบนัส เมื่อเข้าใจกติกาตรงนี้แล้ว การดูบาสจะสนุกขึ้นอีกระดับ เพราะจะเริ่มมองเห็นแผนการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกจังหวะฟาวล์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรุกที่จงใจพุ่งเข้าหาแป้น หรือฝ่ายรับที่ต้องกัดฟันป้องกันแบบระวังตัวสุดๆ ในช่วงท้ายควอเตอร์