ฝ่ายรับมือใหม่หลายคนเริ่มทำงานตอนคู่แข่ง "ได้บอลไปแล้ว" แต่ทีมที่รับเก่งจะเริ่มก่อนหน้านั้น เพราะผู้เล่นฝ่ายรุกที่ไม่ได้บอลก็ยิงไม่ได้ เลี้ยงไม่ได้ และเปิดเกมไม่ได้

Deny defense (ป้องกันแบบปิดทางรับบอล) คือการยืนขวางเส้นทางส่งบอลไปหาคู่แข่งของเรา จนฝ่ายรุกต้องออกแรงมากขึ้นเพื่อรับบอล ต้องเปลี่ยนตำแหน่งที่ถนัด และต้องส่งบอลในจังหวะที่ไม่ต้องการ

แต่ deny ก็เสี่ยงในตัวเอง ถ้าทำผิดจังหวะ คู่แข่งจะตัดผ่านหลังเราไปเลย บทความนี้จึงอธิบายทั้งวิธีทำและวิธีไม่ให้พลาด

Deny เหมาะกับสถานการณ์ไหน

Tobias Harris ผู้เล่นฝ่ายรับของพิสตันส์ ยืนในท่าเตี้ยเข่างอ ยื่นมือหน้าเข้าหา Jordan Walsh ของเซลติกส์ที่กำลังส่งบอลออกไปด้านข้าง เป็นภาพการป้องกันผู้ถือบอล
ภาพนี้เป็นการป้องกันผู้ถือบอล ส่วน deny ใช้กับคนที่ยังไม่มีบอล — Brian Babineau/NBAE via Getty Images / NBA.com (Boston Celtics)

ไม่ต้อง deny ทุกคนตลอดเวลา หลักที่โค้ชหลายสายใช้มี 3 ข้อ (ปรับตามแผนทีม ไม่ใช่กฎตายตัว)

  • deny คนที่อยู่ห่างบอล "หนึ่งการส่ง" (one pass away) คือคนที่ผู้ถือบอลส่งถึงได้ทันที เช่น ปีกข้างผู้ถือบอล โดย deny เต็มที่เมื่อผู้ถือบอลหยุดเลี้ยง ส่วนตอนที่เขาเลี้ยงบุกเข้ามา ให้ยืนเยื้องออกจากเส้นตรงระหว่างบอลกับคู่แข่งไปทางแป้นเล็กน้อย (up the line) เพื่อพร้อมช่วยหยุดการเจาะ
  • คนที่อยู่ห่างสองการส่งขึ้นไป ให้ถอยเข้า help side ยืนลึกเข้าหาแป้น มือข้างหนึ่งชี้บอล อีกข้างชี้คนที่ดูแล (ball-you-man) พร้อมช่วยเมื่อมีการเจาะ
  • deny หนักขึ้นกับคนที่ทีมอยากตัดออกจากเกม เช่น ผู้ยิงสามคะแนนหรือผู้จัดเกม แต่ถ้าคู่แข่งเร็วกว่าหรือชอบตัดหลัง ให้ยืนเยื้องจากเส้นบอล-คู่แข่งไปทางแป้นเล็กน้อย (up the line) แทนการกดชิด เพื่อกันการตัดหลัง

บางทีมเลือกไม่ deny เต็มที่ ปล่อยให้รับบอลแล้วกดผู้ถือบอลแทน เพราะ deny เสี่ยงโดนตัดหลัง

ท่ายืนและตำแหน่งมือ-เท้า

แผนภาพสนามครึ่งคอร์ตมองจากด้านบน ผู้ถือบอลยืนกลางเส้นสามคะแนนด้านบน ฝ่ายรับ (deny) ยืนระหว่างบอลกับปีกฝั่งบอล เท้าและมือข้างที่ใกล้บอลอยู่ในเส้นทางส่งซึ่งถูกปิดด้วยเครื่องหมายกากบาท ลูกศรสั้นสองเส้นแสดงการหันมองทั้งบอลและคู่แข่ง ส่วนผู้เล่นฝั่ง help side ยืนในเขตใต้แป้นห่างจากบอลออกไปเพื่อเห็นทั้งบอลและคนที่ดูแล

ตำแหน่งพื้นฐานคือยืนระหว่างบอลกับคู่แข่ง (ด้านที่บอลอยู่) แล้วเห็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน

  • ลำตัว หันเข้าหาคู่แข่งเป็นหลัก แล้วหันหน้าข้ามไหล่ข้างที่ใกล้บอล (คางชิดไหล่) ถ้าเขาตัดหลัง แค่สะบัดหัวกลับแล้วสไลด์ตามไปทางแป้น ไม่ต้องหมุนตัวเต็มรอบ
  • เท้าหน้า เท้าข้างที่ใกล้บอลก้าวนำเล็กน้อยในเส้นทางส่ง ห่างคู่แข่งราวหนึ่งก้าวไปทางบอล เท้าอีกข้างอยู่ใกล้กลางลำตัวเขา
  • มือหน้า ยื่นไปตามเส้นทางส่ง ฝ่ามือเปิดหันไปทางบอลเพื่อปัดหรือแตะบอล (บางโค้ชสอนหัวแม่มือชี้ลง สิ่งสำคัญคือมืออยู่ในเส้นทางส่ง)
  • มือหลัง วางใกล้ตัวคู่แข่งหรือแตะเบา ๆ เพื่อรู้ว่าเขาอยู่ตรงไหนโดยไม่ต้องหันมอง ห้ามดัน ห้ามวางค้าง
  • เข่างอ หลังตรง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เหมือนท่ารับพื้นฐาน

ท่านี้ตรงกับแนวของคู่มือ man-to-man ของ Basketball For Coaches แต่โค้ชบางสายสอนให้เปิดตัวเข้าหาผู้ส่งมากกว่านี้ ให้ทั้งทีมเลือกแบบเดียวกัน

ข้อควรระวังเรื่องกติกา ใช้มือขวางเส้นทางส่งได้ แต่ตามกติกา FIBA และ NBA การผลัก ดึง จับ หรือวางมือ/แขนค้างบนตัวคู่แข่งเป็นฟาวล์ แตะซ้ำหรือทำให้เขาเสียจังหวะก็ถูกเป่าได้ ให้ขวางบอล ไม่ใช่ขวางตัวคน

ดูตัวอย่างการ deny จากคลิป Jr. NBA ที่ Isiah Thomas อธิบาย (ภาษาอังกฤษ)

เห็นทั้งบอลและคน: หัวใจของ deny

Victor Wembanyama ของสเปอร์สยืนกางขาเตี้ย หันศีรษะมองเกม มือหลังแตะหลัง Rudy Gobert ไว้เพื่อรู้ตำแหน่งคู่แข่งโดยไม่ต้องหันไปมอง และมือหน้ายื่นออกไป
Jesse D. Garrabrant/NBAE via Getty Images / NBA.com (Minnesota Timberwolves)

ปัญหาใหญ่ที่สุดของฝ่ายรับที่ deny คือมองบอลอย่างเดียว หรือมองคู่แข่งอย่างเดียว ให้ใช้สายตาส่วนข้าง (peripheral vision) เห็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน และหันศีรษะสลับดูเมื่อจำเป็น โค้ชหลายคนแนะนำให้จับตาที่กลางลำตัวคู่แข่ง เพราะหลอกด้วยหัวหรือสายตายากกว่า

ทุกครั้งที่บอลเปลี่ยนมือหรือตำแหน่ง ตำแหน่งที่เรายืนต้องปรับตามทันที คำที่โค้ชมักใช้คือ "กระโดดตามบอล" (jump to the ball) คือใช้ช่วงที่บอลลอยอยู่กลางอากาศขยับไปตำแหน่งใหม่ ให้พร้อมพอดีตอนบอลถึงมือผู้รับ ไม่ใช่รอให้บอลถึงแล้วค่อยขยับ ฝ่ายรับที่ประกบผู้ส่งก็ต้องกระโดดตามทันที เพื่อบังคับให้ผู้ส่งตัดผ่านด้านหลังฝ่ายรับ ไม่ใช่ตัดผ่านหน้าไปรับบอลกลับ (face cut)

เมื่อคู่แข่งตัดหลัง (Back Cut)

แผนภาพสนามครึ่งคอร์ตมองจากด้านบน คู่แข่งตัดหลังผ่านด้านหลังฝ่ายรับเข้าหาแป้นตามลูกศรสีทอง ผู้ถือบอลส่งบอลตามไปด้วยเส้นประ ฝ่ายรับถอยเท้าหน้าแล้วเคลื่อนไปกับผู้ตัดหลังพร้อมตะโกน แบ็กดอร์! ขณะที่ผู้เล่นฝั่ง help side ก้าวเข้ามาปิดใต้แป้น

ฝ่ายรุกที่เจอ deny มักตอบด้วยการตัดหลังหรือแบ็กดอร์ (back door cut) คือวิ่งผ่านหลังฝ่ายรับเข้าหาแป้น ขณะที่ผู้ถือบอลส่งบอลตามไป วิธีรับมือมีดังนี้

  1. รู้ว่าเสี่ยงตอนไหน ฝ่ายรุกมักตัดหลังตอนที่เรามองบอลและยื่นมือ-เท้าออกไปข้างหน้าคู่แข่งมากเกินไป ให้จับตาที่กลางลำตัวเขา และอย่าหลงตามการหลอกส่ง (pass fake)
  2. ถอยเท้าหน้าแล้วหันตามเขา ถอยเท้าที่อยู่ในเส้นทางส่งไปทางแป้น เปิดสะโพกให้หน้าเห็นบอลและลำตัวหันเข้าหาคนที่ตัด อยู่ระหว่างบอลกับเขา แล้วเคลื่อนไปกับเขาโดยไม่ชนหรือแตะตัวจากด้านหลัง (โค้ชแต่ละสายสอนการก้าวเท้าต่างกัน)
  3. มือด้านที่เห็นบอลยังอยู่ในเส้นทางส่ง เพราะบอลที่ส่งให้คนตัดหลังมักเป็นบาวน์พาสหรือบอลลอยข้ามหัว มือที่ขวางไว้อาจทำให้ส่งไม่สำเร็จ
  4. ตะโกนบอกเพื่อน เช่น "แบ็กดอร์!" (ให้ทีมตกลงคำเดียวกัน) ให้ผู้เล่น help side เป็นคนแรกที่ขยับเข้ามาสกัด แล้วเพื่อนอีกคนหมุนไปคุมคนที่ถูกทิ้งไว้ ผู้ช่วยต้องมาให้ทันและตั้งหลักก่อน ถ้ามาช้าจนคนตัดวิ่งชนจะเป็นฟาวล์ของฝ่ายรับ
  5. ถ้าโดนตัดหลังบ่อย ให้ลดแรงกด ยืนเยื้องจากเส้นบอล-คู่แข่งไปทางแป้นเล็กน้อย (up the line) เพื่อกันการตัดหลัง แต่ยังให้มือและเท้าข้างที่ใกล้บอลอยู่ในเส้นทางส่ง แล้วใช้มือปัดบอล ไม่ใช้ตัวหรือแขนกั้นทางคู่แข่ง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ยืนตัวตรง ทำให้เปลี่ยนทิศทางช้า และโดนตัดหลังง่าย
  • จ้องบอลอย่างเดียว คู่แข่งขยับไปไหนก็ไม่รู้
  • ยื่นแขนมากเกินไป ตัวเสียสมดุล และเสี่ยงฟาวล์จากการแตะตัว
  • deny แต่ไม่มีเพื่อนช่วย ถ้าคู่แข่งหลุดไปได้ ต้องมีคนพร้อมช่วยเสมอ การ deny ทั้งทีมต้องซ้อมพร้อมกัน
  • ยืนไกลเกินไป เท้าไม่ได้อยู่ในเส้นทางส่ง คู่แข่งจึงรับบอลได้สบาย เท่ากับไม่ได้ deny เลย

วิธีฝึก

การฝึกซ้อมของเพลิแกนส์ ผู้เล่นฝ่ายรับเสื้อกรมท่าเบอร์ 9 ยืนเตี้ยกางขา ยกมือหน้าขึ้นไปในพื้นที่ของผู้ส่ง และใช้มืออีกข้างแตะสะโพกผู้ส่งที่ถือบอลเหนือศีรษะ
New Orleans Pelicans / Pelicans.com (NBA.com)
  1. Deny 1 ต่อ 1 ที่ปีก ให้ฝ่ายรุกวิ่งเข้าออกรอบเส้นสามคะแนน ฝ่ายรับฝึกท่ายืนและเท้า โดยโค้ชหรือเพื่อนเป็นคนส่งบอล เริ่มช้าก่อนแล้วค่อยเพิ่มความเร็ว
  2. ซ้อมรับแบ็กดอร์แยกต่างหาก ให้ฝ่ายรุกตัดหลังเป็นระยะ ฝ่ายรับฝึกถอยเท้าและเคลื่อนไปกับคนตัด โดยไม่เสียตำแหน่งมือ ฝึกจนไม่ต้องคิด
  3. Shell Drill 4 ต่อ 4 ผู้เล่นสองฝ่ายวางตำแหน่งรอบเส้นสามคะแนน เริ่มช้า ฝ่ายรุกแค่ส่งบอลไปมา ไม่ตัด ไม่เลี้ยง ฝ่ายรับยังไม่แย่งบอล คนที่อยู่ห่างบอลหนึ่งการส่งฝึก deny คนที่ไกลกว่าฝึก help side พอคล่องแล้วค่อยเล่นจริง
  4. ฝึกสื่อสาร ให้ทุกคนพูดออกเสียงระหว่างซ้อม เช่น "บอล!" (ฉันประกบคนถือบอล) "deny!" (ฉันปิดทางส่ง) "help!" (ฉันอยู่ตำแหน่งช่วย) "แบ็กดอร์!" (คู่แข่งตัดหลัง) เพราะเสียงทำให้ทีมขยับพร้อมกัน

ดูตัวอย่างการฝึก wing denial จากคลิปนี้ (ภาษาอังกฤษ)

สรุป

Deny defense ไม่ได้หมายถึงการกดคู่แข่งจนตัวชิด แต่คือการอ่านเส้นทางส่งบอลให้ขาด และตอบสนองก่อนบอลจะถูกส่ง จุดสำคัญมีสามอย่างคือ เท้าและมืออยู่ในเส้นทางส่ง เห็นทั้งบอลและคนพร้อมกัน และรับมือแบ็กดอร์ให้ได้ ถ้ายังทำสามอย่างนี้ไม่คล่อง ให้ลดแรงกดลงก่อนแล้วฝึกให้แน่นทีละขั้น

ภาพปก: ดัดแปลงจากภาพของ David Berding/Getty Images / NBA.com (Minnesota Timberwolves)