ยืนอยู่หน้าชั้นรองเท้าในร้าน มีรองเท้าบาสเกตบอลเรียงเต็มผนัง ราคาต่างกันมาก สีสวยไปหมด แต่คุณต้องเลือกให้เหลือคู่เดียวสำหรับการซ้อมครั้งแรก นี่คือสถานการณ์ที่นักบาสมือใหม่และผู้ปกครองต้องเจอ และทางลัดที่ง่ายที่สุดคือเลือกจากสีหรือจากราคาเพียงอย่างเดียว
เพจ PUA Basketball มีคลิปเรื่อง วิธีเลือกซื้อรองเท้าบาสเกตบอลเบื้องต้น สำหรับน้อง ๆ มือใหม่ บทความนี้เรียบเรียงเรื่องเดียวกันเป็นขั้นตอนที่ใช้ได้ตอนไปลองรองเท้าจริง ตั้งแต่ไซซ์และความพอดี พื้นรองเท้า การรองรับแรงกระแทก ไปจนถึงเรื่องข้อเท้าและคำถามว่าต้องซื้อรุ่นคอสูงไหม ▶ ดูคลิปประกอบบนเพจ PUA Basketball
เปิดเผยการสนับสนุน: เนื้อหาเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Jerze TH ส่วนหลักการเลือกในบทความนี้ใช้ได้กับรองเท้าทุกยี่ห้อ
เริ่มจากถามตัวเองก่อนไปร้าน
รองเท้าที่ดีที่สุดสำหรับคุณไม่ใช่คู่ที่แพงที่สุด แต่เป็นคู่ที่เหมาะกับสถานที่ที่คุณเล่นและความถี่ที่คุณเล่น ก่อนไปร้านลองตอบ 3 ข้อนี้ให้ได้
- เล่นที่ไหน สนามในร่มพื้นไม้หรือพื้นสังเคราะห์กับสนามกลางแจ้งพื้นปูนให้ผลกับพื้นรองเท้าไม่เหมือนกัน พื้นปูนหยาบกว่า ยางจึงสึกเร็วกว่า
- เล่นบ่อยแค่ไหน ซ้อมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งกับซ้อมเกือบทุกวัน ใช้งานรองเท้าต่างกันมาก ลองดูภาพรวมการซ้อมในตารางซ้อมสำหรับนักกีฬาเยาวชน แล้วประเมินว่าตัวเองอยู่ระดับไหน
- งบเท่าไร ตั้งงบไว้ก่อน แล้วเลือกคู่ที่ใส่พอดีที่สุดภายในงบนั้น ไม่ใช่ซื้อคู่ที่อยากได้แล้วยอมให้คับหรือหลวม
ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่คิด เพราะรองเท้าราคาสูงก็แก้ปัญหาไซซ์ที่ไม่พอดีให้ไม่ได้ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเล่นต่อไปนานแค่ไหน รองเท้าราคาพอดีงบที่ใส่แล้วพอดีเท้า ดีกว่ารุ่นแพงที่ไซซ์ไม่ใช่
ไซซ์และความพอดี เรื่องแรกที่ต้องผ่าน
ทุกส่วนของรองเท้าทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อเท้าอยู่ในไซซ์ที่ถูกต้อง ศัลยแพทย์เท้าและข้อเท้าของ Cleveland Clinic ในสหรัฐอเมริกาให้คำแนะนำเรื่องการเลือกรองเท้าเด็กไว้ชัดเจน และหลักเดียวกันนำมาใช้กับรองเท้ากีฬาได้ สรุปเป็นข้อได้ดังนี้
- วัดเท้าตอนยืนลงน้ำหนัก ให้พนักงานร้านวัดด้วยอุปกรณ์ของร้าน ไม่ใช่วัดเองที่บ้าน เพราะเท้าจะยืดยาวขึ้นเมื่อมีน้ำหนักกดลงไป
- เหลือที่ปลายเท้า 1-2 เซนติเมตร ระยะจากปลายนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดถึงหัวรองเท้าควรอยู่ราว 1-2 เซนติเมตร หรือประมาณความกว้างของนิ้วหัวแม่มือ เกิน 3 เซนติเมตรคือใหญ่ไป น้อยกว่า 1 เซนติเมตรคือคับ
- ขยับนิ้วเท้าได้สบาย บริเวณหน้าเท้าต้องกว้างและลึกพอ ไม่มีนิ้วเท้าถูกบีบหรือเบียดกัน
- ส้นเท้าต้องไม่หลุด ผูกเชือกให้กระชับแล้วลองขยับตัว ส้นเท้าไม่ควรยกขึ้นลงในรองเท้า
- ลองทั้งสองข้าง ใส่ถุงเท้าที่ใช้เล่นจริง และเลือกตามเท้าข้างที่รู้สึกแน่นกว่า
อย่าซื้อใหญ่ไว้ให้โตทัน คำแนะนำชุดเดียวกันบอกว่ารองเท้าที่ใหญ่เกินครึ่งไซซ์ถึงหนึ่งไซซ์ทำให้สะดุดล้มได้ง่าย ในกีฬาที่ต้องหยุดและเปลี่ยนทิศบ่อยอย่างบาสเกตบอล เรื่องนี้ยิ่งต้องระวัง
เท้าของเด็กโตต่อได้จนอายุราว 18 ปี ในช่วงที่โตเร็วให้วัดไซซ์ใหม่ทุก 3-4 เดือน เพราะเท้าโตได้ราวครึ่งไซซ์ในช่วงเวลานั้น
พื้นรองเท้าและการรองรับแรงกระแทก
เมื่อไซซ์ผ่านแล้ว ให้ดูส่วนที่รับงานหนักที่สุดสองส่วน คือพื้นนอกที่แตะพื้นสนาม และพื้นกลางที่ซับแรงกระแทก
- พื้นนอก (Outsole) ทำหน้าที่ยึดเกาะ พื้นยางช่วยลดโอกาสลื่น ตามที่ Cleveland Clinic ระบุไว้ ให้ดูว่าลายดอกยางคมชัดสม่ำเสมอ และพื้นแนบกับพื้นเรียบเต็มหน้าเท้า
- ความแข็งของพื้น พื้นที่แข็งพอให้การพยุงและควบคุมเท้าได้ดีกว่าพื้นนิ่มที่งอได้อิสระ ลองใช้มือจับหัวและส้นรองเท้าแล้วงอดู ถ้างอพับง่ายเหมือนรองเท้าผ้าใบบาง แปลว่าพยุงเท้าได้น้อย
- พื้นกลาง (Midsole) เป็นชั้นโฟมที่ช่วยซับแรงตอนวิ่งและลงจากการกระโดด เลือกคู่ที่รู้สึกรองรับพอดี ไม่นุ่มจนเท้าโคลงตอนเปลี่ยนทิศ
- วัสดุด้านบน (Upper) ควรระบายอากาศได้ เช่น หนัง ผ้าใบ หรือผ้าตาข่าย เพราะเท้าเด็กเหงื่อออกมากกว่าเท้าผู้ใหญ่
ถ้าคุณเล่นกลางแจ้งบนพื้นปูนเป็นหลัก ควรให้ความสำคัญกับความทนของพื้นยางมากขึ้น และถ้างบพอ การแยกคู่สำหรับสนามกลางแจ้งกับสนามในร่ม จะช่วยให้คู่ที่ใช้ในร่มสึกช้าลง อีกเรื่องที่ควรรู้คือฝุ่นบนพื้นทำให้ลื่นได้ไม่ว่ารองเท้าราคาเท่าไร ลองเช็ดพื้นรองเท้าด้วยผ้าหมาด ๆ ก่อนลงสนาม
คอสูงหรือคอต่ำ ช่วยข้อเท้าได้แค่ไหน
คำถามยอดฮิตของมือใหม่คือ ต้องซื้อรุ่นคอสูงไหม จะได้ไม่แพลง คำตอบจากงานวิจัยไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ทีมวิจัยให้นักศึกษาที่เล่นบาสเกตบอลรายการภายในมหาวิทยาลัย (intramural) 622 คน สุ่มสวมรองเท้า 3 แบบตลอดฤดูกาลสั้น ๆ ราว 2 เดือน ได้แก่ คอสูง คอสูงที่มีถุงลมปรับได้ และคอต่ำ ตลอดฤดูกาลเกิดข้อเท้าบาดเจ็บรวม 15 ครั้ง และไม่พบความต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสามกลุ่ม ผู้วิจัยสรุปว่าชนิดของรองเท้ากับการแพลงข้อเท้าไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจน (งานวิจัยของ Barrett และคณะ ปี 1993 ในวารสาร American Journal of Sports Medicine)
ข้อสรุปจากงานนี้คือ รองเท้าคอสูงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ข้อเท้าปลอดภัยกว่าคอต่ำอย่างชัดเจน ดังนั้นแทนที่จะเลือกจากความสูงของคอรองเท้า ให้เลือกจากสิ่งที่ตรวจเองได้ในร้าน
- ส้นเท้าล็อกแน่น ไม่ยกขึ้นลงเมื่อผูกเชือกแล้ว
- คอรองเท้ากระชับ พอดีรอบตาตุ่มโดยไม่บีบหรือกดจนเจ็บ
- เชือกผูกได้ทั่วถึง ปรับความแน่นได้ทั้งหน้าเท้าและข้อเท้า
การลดความเสี่ยงข้อเท้าแพลงจริง ๆ ต้องอาศัยการทรงตัวและกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า รวมถึงเทปหรือเบรซสำหรับคนที่เคยแพลงมาแล้ว ซึ่งอธิบายไว้ในบทความเรื่องข้อเท้าแพลงซ้ำซาก ถ้าคุณใช้เบรซ ให้เอาเบรซไปลองพร้อมรองเท้าตอนซื้อ จะได้รู้ว่าใส่ด้วยกันแล้วพอดี
ลองในร้านอย่างไร และเมื่อไรควรเปลี่ยนคู่ใหม่
ลองรองเท้าให้ใกล้เคียงการเล่นจริงที่สุดเท่าที่ร้านอนุญาต ทำเบา ๆ ในพื้นที่ว่าง ให้ผู้ปกครองหรือโค้ชยืนดูอยู่ด้วย และขออนุญาตพนักงานก่อนเสมอ
- เตรียมตัว ใส่ถุงเท้าที่คุณใช้เล่นจริง ผูกเชือกทุกช่องให้กระชับ
- ยืนลงน้ำหนัก เช็กระยะที่ปลายเท้าและการขยับนิ้วเท้า
- ย่อเข่าและลุกขึ้นช้า ๆ สังเกตว่าส้นเท้ายกหรือมีจุดไหนบีบ
- สไลด์ข้างสั้น ๆ เหมือนจังหวะตั้งรับในท่ายืนป้องกันพื้นฐาน ดูว่าเท้าไม่ไหลในรองเท้าและรู้สึกมั่นคง
- กระโดดเบา ๆ 2-3 ครั้ง สังเกตว่าตอนลงรู้สึกรองรับพอดี ไม่เจ็บส้นเท้า
เมื่อใช้ไปสักพัก รองเท้าก็ต้องเปลี่ยน โฟมพื้นกลางยุบตัวตามการใช้งาน และดอกยางที่สึกทำให้ยึดเกาะน้อยลง ถ้าพื้นนอกเรียบจนลายหายหรือรู้สึกว่ารองเท้าแบนไม่รองรับเหมือนตอนใหม่ ถึงเวลาเปลี่ยนคู่ใหม่ ส่วนเด็กที่เท้ายังโต ให้วัดไซซ์ซ้ำทุก 3-4 เดือนตามที่กล่าวไว้ในหัวข้อไซซ์
สรุป
หลักคิดของรองเท้าคู่แรกคือ เริ่มจากความพอดีของเท้า แล้วค่อยดูพื้นรองเท้าและการรองรับแรงกระแทก ส่วนคอสูงหรือคอต่ำไม่ใช่คำตอบเดียวของเรื่องข้อเท้า เมื่อได้รองเท้าแล้ว ลำดับสิ่งที่ควรฝึกก่อนอยู่ในบทความลำดับฝึกพื้นฐานสำหรับมือใหม่
เช็กลิสต์ลองทำวันนี้
- ตั้งงบไว้ก่อน แล้วจดว่าคุณเล่นในร่มหรือกลางแจ้งเป็นหลัก
- ให้ร้านวัดเท้าตอนยืนลงน้ำหนัก และเหลือที่ปลายเท้าราว 1-2 เซนติเมตร
- ลองทั้งสองข้างด้วยถุงเท้าที่ใช้เล่นจริง ส้นเท้าไม่หลุด นิ้วเท้าไม่ถูกบีบ
- งอรองเท้าด้วยมือและดูลายดอกยาง ว่าพื้นพยุงเท้าพอและยางมีลายคมชัด
- ย่อเข่า สไลด์ข้าง และกระโดดเบา ๆ ในพื้นที่ว่าง ต่อหน้าผู้ปกครองหรือโค้ช
- จดวันที่ซื้อ และวัดไซซ์ซ้ำทุก 3-4 เดือนถ้าเท้ายังโต
ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อการให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีประวัติข้อเท้าแพลง เท้าผิดรูป หรืออาการเจ็บเท้าและข้อเท้า ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเลือกรองเท้าหรืออุปกรณ์เสริม
ภาพปก: Drago Rapovac / Pexels (Pexels License) ดัดแปลงโดย PUA Basketball
