“สูง 167 ซม. อายุ 12 ปี ควรเล่นตำแหน่งไหน?” เป็นคำถามที่นักบาสวัยรุ่นและผู้ปกครองถามกันบ่อย และมักตามมาด้วยคำถามอื่น เช่น ตัวไม่สูงเล่นการ์ดได้ไหม ตัวสูงยิง 3 แต้มได้ไหม หรือเล่นบาสแล้วจะสูงขึ้นหรือเปล่า
คำตอบสั้น ๆ คือ ส่วนสูงเป็นจุดเริ่มต้นของการคิด ไม่ใช่คำตัดสิน ตำแหน่งคือ “งาน” ในสนาม เช่น พาบอลข้ามครึ่งสนาม ยิงนอกเส้น 3 แต้ม หรือแย่งรีบาวด์ (บอลที่เด้งจากแป้น) ส่วนสูงช่วยให้ทำบางงานง่ายขึ้น แต่ทักษะ ความเร็ว และสิ่งที่ทีมต้องการก็สำคัญไม่แพ้กัน
ตอบเร็ว ๆ ก่อน: อายุ รูปร่าง และการเติบโต
อ่านห้าข้อนี้ก่อน เหตุผลและแหล่งข้อมูลอยู่ในหัวข้อถัดไป
- อายุ 11-14 ปี ยังไม่ต้องล็อกตำแหน่ง ลองหลายตำแหน่งและฝึกพื้นฐานให้ครบ
- อายุ 15-17 ปี เริ่มมีตำแหน่งที่ชอบได้ เลือกจากงานที่ถนัด และยังฝึกรอบด้าน
- ตัวเล็ก เล่นพอยท์การ์ดได้ เพราะงานของการ์ดคือเลี้ยง ส่ง อ่านเกม และยิง ฝึกได้ทุกส่วนสูง
- ตัวสูง ไม่ต้องอยู่ใต้แป้นอย่างเดียว ฝึกเลี้ยง ส่ง และยิง 3 แต้มได้ แต่สร้างทีละขั้น
- เรื่องส่วนสูงที่จะโต ไม่มีวิธีไหนบอกได้แน่นอนว่าใครจะสูงเท่าไร และเล่นบาสไม่น่าทำให้สูงเกินที่ร่างกายตั้งไว้
ตำแหน่งคืองานในสนาม ไม่ใช่ตารางส่วนสูง
บาสเกตบอลมี 5 ตำแหน่ง และแต่ละตำแหน่งคือ “งาน” ในสนาม
- พอยท์การ์ด (Point Guard หรือ PG ตำแหน่ง 1) พาบอลข้ามครึ่งสนามและเริ่มเกมรุก
- ชู้ตติ้งการ์ด (Shooting Guard หรือ SG ตำแหน่ง 2) มักเป็นมือยิงที่ดีที่สุดของทีม
- สมอลฟอร์เวิร์ด (Small Forward หรือ SF ตำแหน่ง 3) เล่นแถวปีกของสนาม ทำได้หลายอย่าง มักเรียกสั้น ๆ ว่า “ปีก” (wing)
- พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด (Power Forward หรือ PF ตำแหน่ง 4) เล่นใกล้แป้น แย่งรีบาวด์ ป้องกันคนที่สูงกว่า
- เซ็นเตอร์ (Center หรือ C ตำแหน่ง 5) มักสูงที่สุดในทีม อยู่ใกล้แป้น ป้องกันแป้น
ตำแหน่ง 1 กับ 2 เรียกรวมว่า “การ์ด” ส่วนตำแหน่ง 3 กับ 4 เรียกรวมว่า “ฟอร์เวิร์ด” คำอธิบายข้างบนมาจากเว็บเยาวชนของ NBA (Jr. NBA) และคลังศัพท์โค้ชของ FIBA Europe (สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ) ซึ่งไม่มีตัวเลขส่วนสูงกำกับตำแหน่งใดเลย
ส่วนสูงเกี่ยวข้องกับตำแหน่งจริง ยิ่งเล่นใกล้แป้น ผู้เล่นยิ่งสูงโดยเฉลี่ย แต่ตัวเลขในตารางมาจากนักบาสอาชีพและเยาวชนทีมชาติที่ถูกคัดมาแล้ว ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใครต้องผ่าน ตัวเล็กกว่านี้เล่นได้ ตารางเป็นข้อมูลผู้ชาย ใช้เทียบนักบาสหญิงไม่ได้ และค่าเฉลี่ยเยาวชนรวมอายุ 14-20 ปี ไม่ใช่เป้าหมายของเด็กที่ยังโตอยู่ ยังไม่พบข้อมูลส่วนสูงตามตำแหน่งของเด็กไทยที่ตรวจสอบได้
| ตำแหน่ง | NBA ช่วงส่วนใหญ่ (80% ตรงกลาง) ซม. | เยาวชนโปแลนด์ เฉลี่ย ซม. |
|---|---|---|
| พอยท์การ์ด | 183-198 | 183 |
| ชู้ตติ้งการ์ด | 190-198 | 187 |
| สมอลฟอร์เวิร์ด | 196-206 | 191 |
| พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด | 198-211 | 195 |
| เซ็นเตอร์ | 203-216 | 199 |
คอลัมน์ NBA คำนวณจากผู้เล่น 582 คนฤดูกาล 2025-26 (ข้อมูล Basketball-Reference) โดยตัดคนเตี้ยที่สุดและสูงที่สุดด้านละ 10% ของแต่ละตำแหน่งออก คอลัมน์โปแลนด์คือค่าเฉลี่ยของทีมชาติเยาวชนชาย 109 คน รุ่น U-14 ถึง U-20 ที่ปรับตามระดับการเติบโตแล้ว จากงานวิจัยของ Gryko และคณะ ปี 2019 ซึ่งพบว่าส่วนสูงช่วยทำนายว่าใครเล่นเซ็นเตอร์หรือการ์ด แต่ “ช่วยทำนาย” ไม่ใช่ “ตัดสิน” และช่วงของแต่ละตำแหน่งทับกัน ตัวอย่างคือใน NBA ฤดูกาล 2025-26 พอยท์การ์ดที่สูงที่สุด (ราว 203 ซม.) ยังสูงกว่าเซ็นเตอร์ที่เตี้ยที่สุด (ราว 201 ซม.)
เว็บความรู้โค้ช Basketball for Coaches เขียนว่าในอดีตส่วนสูงเป็นตัวกำหนดตำแหน่ง แต่จริงน้อยลงทุกปี คำถามที่ดีกว่าจึงมีสองข้อ คือตอนนี้ถนัดงานไหน และทีมขาดงานอะไร
อายุ 11-14 ปี: จะสูง 151 หรือ 167 ซม. ก็ยังไม่ต้องล็อกตำแหน่ง
เคสที่พบบ่อย “อายุ 11 สูง 151 เล่นตำแหน่งไหนดี?” / “อายุ 13 สูง 163 เล่นตำแหน่งไหนดี?”
คำตอบสั้น ๆ ยังไม่ต้องเลือก ให้ลองหลายตำแหน่งและฝึกพื้นฐานให้ครบ ไม่ว่าตอนนี้จะตัวเล็กหรือสูงกว่าเพื่อน
เหตุผลหนึ่งที่ควรรอคือเด็กโตไม่พร้อมกัน แผนพัฒนานักกีฬาระยะยาว (LTAD) ของ Canada Basketball ระบุว่าวัยรุ่นอายุเท่ากันอาจต่างกันทางการเติบโตของร่างกายได้ถึง 4-5 ปี (แผนใช้ข้อนี้แนะนำให้แบ่งกลุ่มฝึกตามการเติบโต) ตัวเล็กกว่าเพื่อนตอนนี้จึงอาจเป็นแค่จังหวะโตของวันนี้ ไม่ได้บอกฝีมือ และไม่ได้บอกว่าสุดท้ายจะสูงเท่าไร แผนเดียวกันนี้ให้เด็กชายอายุ 12-14 กับเด็กหญิงอายุ 11-13 เล่นทุกตำแหน่ง
USA Basketball แนะนำไปทางเดียวกัน โดยคู่มือพัฒนาเยาวชนแบ่งระดับตามทักษะ ไม่ใช่อายุหรือรูปร่าง ในระดับพื้นฐาน (ราว 8-12 ปี) ไม่ให้กำหนดตำแหน่ง และกำหนดได้ในช่วงท้ายของระดับ Advanced เมื่อทักษะพร้อม (คู่มือระบุอายุตามขั้น: ขั้นสร้างพื้นฐานราว 12-15 ปี และขั้นที่เพิ่มทักษะเฉพาะตำแหน่งราว 14-17 ปี)
ลองทำ
- ขอให้โค้ชหมุนตำแหน่ง ในเกมเล็ก ๆ เช่น 3 ต่อ 3 จะได้ลองทั้งถือบอลและเล่นใกล้แป้น และฝึกพื้นฐานที่ใช้ได้ทุกตำแหน่ง ทั้งเลี้ยง ส่ง ยิง และการเคลื่อนที่ของเท้า ดูในบทความเรื่องแผนพัฒนานักกีฬาระยะยาว (LTAD)
- สำหรับผู้ปกครอง ลองถามโค้ชว่าลูกได้ลองหลายบทบาทหรือยัง แทนการถามว่าลูกเป็นตำแหน่งอะไร
อายุ 14-15 ปีอยู่ตรงรอยต่อ ถ้าโค้ชกำหนดตำแหน่งให้ก็เล่นได้ แต่ยังควรฝึกรอบด้านและขอลองตำแหน่งอื่นในเกมซ้อม
อายุ 15-17 ปี: เริ่มมีตำแหน่งที่ชอบได้ แต่ยังไม่ต้องล็อก
เคสที่พบบ่อย “อายุ 15 สูง 179 เล่นตำแหน่งไหน?” / “อายุ 17 สูง 191 เล่นตำแหน่งไหน?” / “อายุ 17 สูง 172 ล่ะ?”
คำตอบสั้น ๆ เริ่มมีตำแหน่งที่ชอบได้ แต่ให้เลือกจากงานที่ทำได้ดีและที่ทีมต้องการ และยังฝึกทักษะรอบด้านต่อไป
แหล่งข้อมูลเริ่มพูดถึงการเลือกตำแหน่งราว 14-16 ปี Canada Basketball ให้ฝึกเฉพาะตำแหน่งจริงจังราว 16 ปีขึ้นไปในเด็กชาย และราว 15 ปีขึ้นไปในเด็กหญิง ส่วนเว็บโค้ช Basketball for Coaches (ความเห็น ไม่ใช่งานวิจัย) บอกว่าราว 14-18 ปี จึงมองเป็นช่วงที่ค่อย ๆ เลือก ไม่ใช่วันตัดสินตลอดไป
- อายุ 15 สูง 179 ซม. ตัวเลขนี้ยังไม่ตอบเรื่องตำแหน่ง ถ้าเลี้ยงและส่งดีให้ลองการ์ด ถ้ายิง 3 แต้มและป้องกันได้หลายคนให้ลองปีก ถ้าชอบแย่งรีบาวด์และปะทะให้ลองฟอร์เวิร์ด
- อายุ 17 สูง 191 ซม. ไม่ได้ถูกบังคับให้เป็นเซ็นเตอร์ ในคอลัมน์ NBA ของตารางข้างบน 191 ซม. อยู่ในช่วงของทั้งพอยท์การ์ดและชู้ตติ้งการ์ด (ส่วนค่าเฉลี่ยเยาวชนโปแลนด์ 191 ซม. ตรงกับสมอลฟอร์เวิร์ด) ช่วงของตำแหน่งจึงทับกัน ส่วนสูง 172 ซม. ดูหัวข้อตัวเล็กด้านล่าง
ลองทำ เลือกตำแหน่งหลักหนึ่งและตำแหน่งรองหนึ่ง ทบทวนทุกฤดูกาลหรือหลังช่วงโตเร็ว อายุ 15-16 ปี โดยเฉพาะเด็กชาย ให้ถือเป็น “ตำแหน่งที่ชอบ” และยังหมุนตำแหน่งในเกมซ้อม
การมีตำแหน่งหลักไม่ได้แปลว่าต้องเลิกกีฬาอื่น แนวทางเยาวชนของ NBA และ USA Basketball แนะนำให้เลื่อนการเล่นบาสอย่างเดียวไปอย่างน้อยอายุ 14 ปี
ตัวเล็กอยากเล่นพอยท์การ์ด: ได้ไหม และเริ่มฝึกอะไรก่อน
เคสที่พบบ่อย “สูง 160 เล่นพอยท์การ์ดหรือสมอลฟอร์เวิร์ดดี?” / “หนูสูง 147 เล่นพอยท์การ์ดได้ไหม?” / “สูง 175 ยังเล่นได้ไหม?”
คำตอบสั้น ๆ ได้ ชื่อตำแหน่งไม่ได้ห้ามใคร ทุกตำแหน่งต้องมีจุดแข็ง งานของการ์ดคือเลี้ยง ส่ง อ่านเกม และยิง ซึ่งฝึกได้ทุกส่วนสูง ถ้าเก่งเลี้ยงและส่งให้ลองพอยท์การ์ด ถ้าเก่งยิงและป้องกันได้หลายคนให้ลองปีก (สมอลฟอร์เวิร์ด) ถ้าอายุยังไม่ถึงราว 15 ปี ให้ฝึกทักษะการ์ดควบคู่กับการหมุนตำแหน่ง ไม่ใช่ล็อกตำแหน่งเดียว
- Yuki Kawamura (ญี่ปุ่น) สูง 172 ซม. พอยท์การ์ดที่ทำเฉลี่ย 20.3 แต้มและ 7.7 แอสซิสต์ (ส่งบอลให้เพื่อนทำแต้ม) ต่อเกม ใน 3 เกมรอบแบ่งกลุ่มของโอลิมปิกปารีส 2024 ตามโปรไฟล์ของ FIBA และเป็นผู้เล่นที่เตี้ยที่สุดใน NBA ตอนต้นฤดูกาล 2024-25 (ข้อมูล NBA.com)
- Muggsy Bogues สูงราว 160 ซม. เล่นพอยท์การ์ดใน NBA 889 เกม เฉลี่ย 7.6 แอสซิสต์ต่อเกมตลอดอาชีพ ตามข้อมูลของ Basketball-Reference
ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะไปถึงระดับนั้น แต่แสดงว่าความสูงไม่ใช่ข้อห้ามของตำแหน่งนี้ สมัยนี้พอยท์การ์ดยังถูกคาดหวังให้ยิง 3 แต้มได้ด้วย ตาม Basketball for Coaches
ลองทำ ฝึกสามอย่างก่อน คือเลี้ยงบอลสองมือแม้โดนกดดัน ส่งและอ่านเกมก่อนส่ง และยิงหลังรับบอลให้นิ่ง ดูวิธีฝึกในบทความเรื่องเลี้ยงบอลไม่ให้หลุดมือ
ตัวสูง: ต้องเป็นเซ็นเตอร์ไหม และยิง 3 แต้มได้หรือเปล่า
เคสที่พบบ่อย “สูง 190 ยิง 3 แต้มได้ไหม?” / “สูง 185 อยากเล่นเซ็นเตอร์ได้ไหม?” / “โค้ชให้เล่นใต้แป้นอย่างเดียว ทำยังไงดี?”
คำตอบสั้น ๆ ไม่ต้องถูกล็อกให้อยู่ใต้แป้นอย่างเดียว คนตัวสูงยิง 3 แต้ม เลี้ยงบอล และส่งบอลได้ แต่ควรสร้างทีละขั้น
- วงการมักดันคนตัวสูงไปใต้แป้น แผนของ Canada Basketball เตือนว่ามักบังคับให้ผู้เล่นตัวสูงเล่นใกล้แป้นตลอด จนไม่ได้ใช้ทักษะอื่นที่เกมต้องการ
- เซ็นเตอร์ยุคนี้ยิง 3 แต้มมากขึ้น จากข้อมูลของ Basketball-Reference ที่ทีมงานรวบรวมเอง ตามการจัดตำแหน่งของเว็บ ในทุก 100 ครั้งที่ยิง 3 แต้มทั้งลีก (นับทั้งเข้าและพลาด) ฤดูกาล 2025-26 ราว 9 ครั้งมาจากเซ็นเตอร์ ส่วนฤดูกาล 2006-07 มีราว 2 ครั้ง
- ตัวสูงที่ไม่ได้อยู่แค่ใต้แป้น Dirk Nowitzki (สูงราว 213 ซม.) ยิง 3 แต้มเข้าราว 38% ตลอดอาชีพ ส่วน Nikola Jokic (เซ็นเตอร์ สูงราว 211 ซม.) เป็นผู้นำลีกด้านรีบาวด์และแอสซิสต์ฤดูกาล 2025-26
ลองทำ
- ยิง 3 แต้ม ฝึกพื้นฐานเหมือนคนอื่น คือเลี้ยง ส่ง และยิงฟอร์มจากระยะใกล้ ๆ แล้วค่อยขยับระยะเมื่อฟอร์มนิ่ง ตามบทความเรื่องชู้ต 3 แต้มไม่ถึง
- เซ็นเตอร์ก็ควรฝึกเลี้ยงบอล คู่มือของ USA Basketball ระบุว่าการเลี้ยงบอลสำคัญต่อผู้เล่นทุกคน ไม่ว่าตำแหน่งหรือขนาดตัว
- เมื่อโค้ชให้เล่นใต้แป้นอย่างเดียว ถามโค้ชอย่างสุภาพว่าทีมต้องการอะไรจากตัวเอง เสนอฝึกเลี้ยงและยิงหลังซ้อม (ไม่ทับวันพัก) แล้วขอลองในเกมซ้อม ผู้ปกครองช่วยคุยกับโค้ชได้ ถ้าไม่อยากเล่นเซ็นเตอร์ ให้บอกโค้ชตรง ๆ แล้วขอลองตำแหน่งอื่น
ถนัดอะไรกันแน่: ทดสอบ 5 งาน แล้วจับคู่กับตำแหน่ง
ส่วนสูงยังไม่ตอบเรื่องตำแหน่ง ทักษะต่างหากที่ตอบ ลองให้คะแนนตัวเอง 1-5 ในแต่ละข้อตามที่เห็นในเกมซ้อมจริง แล้วดูว่าคะแนนสูงที่ข้อไหน ถ้าให้เพื่อนร่วมทีมหรือโค้ชช่วยให้คะแนนด้วยจะแม่นกว่า ถ้าเพิ่งเริ่มเล่น ให้ลองทุกงานในเกมซ้อมก่อน
- เลี้ยงและส่งบอล เลี้ยงตอนมีคนประกบนิ่งไหม ส่งแม่นไหม อ่านเกมออกไหม ถ้าเด่น ลองพอยท์การ์ด
- ยิง แม่นแค่ไหน ทั้งหลังรับบอลและหลังเลี้ยง วิ่งหาจังหวะรับบอลเก่งไหม ถ้าเด่น ลองชู้ตติ้งการ์ด
- ทำได้หลายอย่าง เร็ว คล่อง ป้องกันได้หลายแบบ ยิง เลี้ยง รีบาวด์ได้พอใช้ ถ้าเด่น ลองสมอลฟอร์เวิร์ด
- ปะทะและรีบาวด์ ชอบแย่งบอลที่เด้งจากแป้นไหม ตั้งสกรีน (ยืนบังให้เพื่อนหลุดจากคนประกบ) ได้ไหม ถ้าเด่น ลองพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด
- ป้องกันแป้น จบใกล้แป้นได้ไหม ป้องกันคนที่เจาะเข้าแป้นได้ไหม คอยเตือนเพื่อนในฝ่ายป้องกันไหม ถ้าเด่น ลองเซ็นเตอร์
ใช้เป็นแนวทางเท่านั้น เพราะผู้เล่นคนเดียวทำได้หลายงาน ส่วนสูงช่วยตัดสินเมื่อสองงานดูใกล้กัน แต่อายุ 11-14 ปีควรใช้รายการนี้เลือกงานที่อยากฝึกเพิ่ม ไม่ใช่เลือกตำแหน่ง และไม่เทียบส่วนสูงกับเพื่อน เพราะเพื่อนอาจโตเร็วกว่า ถ้าเพิ่งโตเร็ว คะแนนอาจตกชั่วคราว ให้ทำซ้ำภายหลัง
ถ้ารู้สึกว่า “ไม่สุดสักทาง” เช่น “สูง 180 แต่ตัวผอมบาง” “สูง 176 กระโดดไม่สูง รีบาวด์ไม่ค่อยได้” หรือ “เก่งรอบด้านแต่ไม่สุดสักทาง” ยังไม่ต้องรีบเปลี่ยนตำแหน่งเพราะขาดสิ่งเดียว ช่วงสูง 176-182 ซม. เลือกได้ทั้งการ์ดและปีก ดูว่าสองงานที่คะแนนสูงสุดคืออะไร คำว่า “เก่งรอบด้าน” ตรงกับงานของสมอลฟอร์เวิร์ด ซึ่ง Basketball for Coaches เรียกว่าตำแหน่งที่หลากหลายที่สุดบนสนาม จึงเป็นที่ทดลองที่ดี
- ตัวผอมบาง อย่าเร่งเพิ่มน้ำหนักเอง ให้วางแผนกับโค้ชและนักโภชนาการ โดยมีการกินและการนอนที่พอเป็นพื้นฐาน
- กระโดดไม่สูงและรีบาวด์ไม่ค่อยได้ ฝึกกั้นตัวคู่แข่ง (Box Out) ตำแหน่งตัว และจังหวะกระโดดก่อน
จะสูงถึง 185 หรือ 190 ไหม: สิ่งที่บอกได้และบอกไม่ได้
เคสที่พบบ่อย “อายุ 14 สูง 180 จะถึง 195 ไหม?” / “อายุ 12 สูง 167 จะถึง 190 ไหม?” / ผู้ปกครอง “ลูกอายุ 13 อยากสูง 185 ส่วนสูงพ่อแม่ส่งผลแค่ไหน?”
คำตอบสั้น ๆ ไม่มีวิธีไหนบอกส่วนสูงสุดท้ายของใครได้แน่นอน บทความนี้จึงไม่เดาตัวเลขของใคร
- ไม่มีวิธีที่แน่นอน คลังข้อมูลสุขภาพ Mayo Clinic ที่เผยแพร่ผ่านโรงพยาบาล Koc University ระบุว่าไม่มีวิธีที่รู้แน่ว่าเด็กจะสูงเท่าไรเมื่อโตเต็มที่ และพันธุกรรมมีบทบาทมากที่สุด
- สูตรจากส่วนสูงพ่อแม่ก็คลาดเคลื่อนได้ งานวิจัยปี 2024 ในวารสาร Children ชี้ว่าสูตรมาตรฐาน (Tanner) ที่คำนวณจากส่วนสูงพ่อแม่คลาดเคลื่อนได้ ช่วงปกติที่แพทย์ใช้คือราว 8.5-10 ซม. ทั้งสูงและต่ำกว่าค่าที่คำนวณ ซึ่งผู้วิจัยมองว่าไม่แน่นอน จึงใช้เป็นเป้าหมายไม่ได้
- จังหวะโตต่างกัน MedlinePlus ระบุว่าช่วงโตเร็วของเด็กชายสูงสุดราว 13 ปีครึ่งและชะลอลงราว 18 ปี เด็กหญิงสูงสุดราว 11 ปีครึ่งและชะลอลงราว 16 ปี (ข้อมูลต่างประเทศ ไม่ใช่เด็กไทย) แต่ไม่มีอายุตายตัวที่ทุกคนหยุดโต ใครสงสัยว่าหยุดโตหรือยัง เช่น “อายุ 18 สูง 183 รู้สึกว่าไม่ขึ้นแล้ว” ให้วัดซ้ำเป็นระยะและปรึกษาหมอ ไม่ใช่เดาจากอายุ
ถ้ายังกังวลเรื่องการโต คุยกับพ่อแม่และหมอเด็กได้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
เล่นบาสทำให้สูงขึ้นไหม ไม่น่าทำให้สูงเกินที่ร่างกายตั้งไว้ งานทบทวนของ Malina (1994) ซึ่งมีข้อมูลเด็กชายเป็นหลัก สรุปว่าข้อมูลที่มีบ่งชี้ว่าการฝึกกีฬาไม่มีผลต่อส่วนสูงเมื่อโตเต็มที่ จังหวะช่วงโตเร็ว และอัตราการโต (งานเก่า ตัวอย่างจำกัด) สิ่งที่คุมได้คือกินให้พอ นอนให้พอ และซ้อมไม่หักโหม อ่านต่อในบทความเรื่องเล่นบาสแล้วสูงขึ้นจริงไหม
คำถามสั้น ๆ ที่ยังค้างอยู่
เลือกตำแหน่งไปแล้ว เปลี่ยนทีหลังได้ไหม
ได้ FIBA บอกว่าบาสเกตบอลยุคใหม่ผู้เล่นมักรับหลายบทบาท และ Basketball for Coaches ระบุว่าผู้เล่นที่เล่นได้สองตำแหน่งที่ใกล้กัน (เช่น 2 กับ 3 หรือ 4 กับ 5) มีค่ากับทีมมากกว่าผู้เล่นที่ติดอยู่ตำแหน่งเดียว
โหนบาร์ กระโดดเชือก หรือกินอะไรเป็นพิเศษ ทำให้สูงขึ้นไหม
ยังไม่พบหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าโหนบาร์ กระโดดเชือก หรืออาหารพิเศษทำให้สูงเกินที่ยีนกำหนด สิ่งที่ทำได้คือกินให้พอและนอนให้พอ
สูงเท่าไรถึงดังก์ได้
ยังไม่มีตัวเลขส่วนสูงตายตัวที่ยืนยันได้ ดังก์ขึ้นกับทั้งความสูงที่เอื้อมถึงและการกระโดด ดูแนวทางฝึกในบทความเรื่องดังก์
สรุป
ตำแหน่งคืองานในสนาม ส่วนสูงบอกแนวโน้ม ไม่ได้ตัดสิน อายุ 11-14 ปียังไม่ต้องล็อกตำแหน่ง อายุ 15-17 ปีเริ่มมีตำแหน่งที่ชอบ ฝึกเฉพาะตำแหน่งจริงจังราว 16 ปีขึ้นไป (เด็กหญิงราว 15 ปี ตามแผนของ Canada Basketball) แต่ยังควรฝึกรอบด้าน
แผน 4 สัปดาห์ลองทำเอง
- สัปดาห์ที่ 1 จดส่วนสูง แล้วให้คะแนนตัวเอง 1-5 ในงาน 5 อย่างจากหัวข้อทดสอบ
- สัปดาห์ที่ 2-3 ลองอย่างน้อย 2 ตำแหน่งในเกมซ้อม แล้วจดว่าตำแหน่งไหนได้ใช้จุดแข็งมากที่สุด
- ตลอดเดือน ฝึกงานที่คะแนนต่ำที่สุด โดยเลือกแถวตามช่วงอายุที่ตารางซ้อมระบุ (อายุ 10-13 ปีมีแบบลดปริมาณ)
- ตลอดเดือน พักจากบาสเกตบอลที่จัดเป็นระบบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน (อายุ 11 ปีลงไปแนวทางแนะนำอย่างน้อย 2 วัน) ตามแนวทางเยาวชนของ NBA และ USA Basketball ซึ่งเป็นคำแนะนำของสหรัฐฯ และลดปริมาณซ้อมชั่วคราวถ้าสูงขึ้นเร็วหรือปวดซ้ำที่จุดเดิม
- สัปดาห์ที่ 4 เอาคะแนนไปคุยกับโค้ช ถามว่าทีมต้องการงานอะไร แล้วตัดสินใจว่าเดือนหน้าจะฝึกต่อหรือลองตำแหน่งใหม่
อ่านต่อ ตารางซ้อมของแต่ละตำแหน่ง
- ตารางซ้อมพอยท์การ์ด
- ตารางซ้อมชู้ตติ้งการ์ด
- ตารางซ้อมสมอลฟอร์เวิร์ด
- ตารางซ้อมพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด
- ตารางซ้อมเซ็นเตอร์
ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อการให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากกังวลเรื่องการเติบโต หรือมีอาการเจ็บที่ไม่หายระหว่างซ้อม ควรปรึกษาแพทย์
ภาพปก: Ken Blaze-Imagn Images
